โพรไบโอติกส์ คืออะไร? วิธีเลือกให้เหมาะกับตัวเอง

ลำไส้เป็นบ้านของจุลินทรีย์นับล้านล้านตัว โพรไบโอติกส์คือจุลินทรีย์ชนิดดีที่ช่วยดูแลสมดุลนั้น มาทำความรู้จัก ความต่างกับพรีไบโอติกส์ ค่า CFU และวิธีเลือกรับประทานให้ได้ประโยชน์

ความรู้อาหารเสริม

โพรไบโอติกส์ คืออะไร? วิธีเลือกให้เหมาะกับตัวเอง

ลำไส้เป็นบ้านของจุลินทรีย์นับล้านล้านตัว โพรไบโอติกส์คือจุลินทรีย์ชนิดดีที่ช่วยดูแลสมดุลนั้น มาทำความรู้จัก ความต่างกับพรีไบโอติกส์ ค่า CFU และวิธีเลือกรับประทานให้ได้ประโยชน์

ทีมงาน First MallHealth Journal
25 September 2026 อ่าน 7 นาที
โพรไบโอติกส์ คืออะไร? วิธีเลือกให้เหมาะกับตัวเอง
สารบัญ8 หัวข้อ
  1. 01โพรไบโอติกส์ คืออะไร
  2. 02โพรไบโอติกส์ ต่างจากพรีไบโอติกส์อย่างไร
  3. 03ประโยชน์ตามหลักฐานงานวิจัย
  4. 04วิธีเลือก โพรไบโอติกส์ ให้เหมาะกับตัวเอง
  5. 05กิน โพรไบโอติกส์ ตอนไหนดี
  6. 06ผลข้างเคียงและใครควรระวัง
  7. 07คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ โพรไบโอติกส์ (FAQ)
  8. 08แหล่งอ้างอิง

โพรไบโอติกส์ (Probiotics) คือจุลินทรีย์ที่มีชีวิต เช่น แบคทีเรียกลุ่ม Lactobacillus และ Bifidobacterium ซึ่งเมื่อได้รับในปริมาณที่เพียงพอจะให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหาร ส่วนพรีไบโอติกส์ (Prebiotics) คือใยอาหารที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์ดีเหล่านั้น การเลือก โพรไบโอติกส์ ควรดูสายพันธุ์ ปริมาณ CFU และความเหมาะสมกับตัวเอง

สรุปสั้น ๆ

  • Probiotics = จุลินทรีย์ดีที่มีชีวิต, พรีไบโอติกส์ = ใยอาหารที่เลี้ยงจุลินทรีย์ดี, ซินไบโอติกส์ = ทั้งสองอย่างรวมกัน
  • ประโยชน์ขึ้นกับสายพันธุ์ (Strain) ไม่ใช่ทุกตัวให้ผลเหมือนกัน
  • หลักฐานชัดที่สุดคือช่วยลดโอกาสท้องเสียจากการใช้ยาปฏิชีวนะ และช่วยให้ท้องเสียเฉียบพลันในเด็กหายเร็วขึ้น
  • พบได้ในโยเกิร์ต นมเปรี้ยว กิมจิ มิโสะ และอาหารหมักอื่น ๆ
  • ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ทารกคลอดก่อนกำหนด หรือผู้ป่วยหนัก ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

โพรไบโอติกส์ คืออะไร

Probiotics คือจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ซึ่งเมื่อรับประทานในปริมาณที่เพียงพอจะให้ประโยชน์ต่อร่างกาย นิยามนี้เป็นนิยามที่สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) และองค์กรวิชาการด้าน Probiotics ใช้กันแพร่หลาย จุลินทรีย์ที่พบบ่อยในผลิตภัณฑ์ ได้แก่ Lactobacillus, Bifidobacterium และยีสต์ Saccharomyces boulardii

ในลำไส้ของเรามีจุลินทรีย์อาศัยอยู่นับล้านล้านตัว เรียกรวมว่าไมโครไบโอม (Gut Microbiome) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการย่อยอาหาร การสร้างวิตามินบางชนิด และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อสมดุลนี้เสียไป เช่น หลังใช้ยาปฏิชีวนะ ความเครียด หรือกินใยอาหารน้อย อาจทำให้ท้องอืด ท้องผูก หรือท้องเสียได้ง่ายขึ้น

โพรไบโอติกส์ ต่างจากพรีไบโอติกส์อย่างไร

หัวข้อProbioticsพรีไบโอติกส์ (Prebiotics)
คืออะไรจุลินทรีย์ที่มีชีวิตใยอาหารที่ร่างกายย่อยไม่ได้ แต่เป็นอาหารของจุลินทรีย์ดี
หน้าที่เพิ่มจุลินทรีย์ดีเข้าไปในลำไส้ช่วยให้จุลินทรีย์ดีที่มีอยู่เติบโตได้ดีขึ้น
แหล่งอาหารโยเกิร์ต นมเปรี้ยว คีเฟอร์ กิมจิ มิโสะกล้วยดิบ หอมหัวใหญ่ กระเทียม ข้าวโอ๊ต ถั่ว อินูลิน
ในผลิตภัณฑ์ระบุสายพันธุ์และจำนวน CFUระบุชนิดใยอาหาร เช่น FOS, GOS, Inulin

เมื่อนำ Probiotics และพรีไบโอติกส์มารวมกันในผลิตภัณฑ์เดียว จะเรียกว่า ซินไบโอติกส์ (Synbiotics)

โพรไบโอติกส์ และอาหารหมักที่ดีต่อสุขภาพลำไส้
อาหารหมักอย่างโยเกิร์ตและกิมจิเป็นแหล่ง Probiotics ตามธรรมชาติ

ประโยชน์ตามหลักฐานงานวิจัย

ประโยชน์ของ โพรไบโอติกส์ ขึ้นกับสายพันธุ์และปริมาณ สรุปจากหลักฐานงานวิจัยได้ดังนี้

~1 วันProbiotics บางสายพันธุ์ช่วยให้ท้องเสียเฉียบพลันในเด็กหายเร็วขึ้นราว 1 วัน
Strainประโยชน์ขึ้นกับสายพันธุ์ ไม่ใช่ชื่อสกุล
CFUหน่วยนับจุลินทรีย์ที่มีชีวิตบนฉลาก
  • ท้องเสียจากยาปฏิชีวนะ เป็นข้อที่มีหลักฐานค่อนข้างชัด โดยเฉพาะบางสายพันธุ์ของ Lactobacillus และ S. boulardii
  • ท้องเสียเฉียบพลันในเด็ก บางสายพันธุ์ช่วยลดระยะเวลาท้องเสียได้
  • ลำไส้แปรปรวน (IBS) บางคนอาการท้องอืดและปวดท้องดีขึ้น แต่ผลแตกต่างตามสายพันธุ์และคน
  • ท้องผูก มีงานวิจัยว่าบางสายพันธุ์ช่วยให้ขับถ่ายสม่ำเสมอขึ้นเล็กน้อย
  • ด้านอื่น ๆ เช่น ภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก หรือไขมันในเลือด ยังต้องการงานวิจัยเพิ่มเติม

Probiotics ในประเทศไทยจัดเป็นอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยารักษาโรค หากมีอาการทางเดินอาหารเรื้อรัง ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุก่อน

วิธีเลือก โพรไบโอติกส์ ให้เหมาะกับตัวเอง

  1. ดูชื่อสายพันธุ์เต็ม ผลิตภัณฑ์ที่ดีจะระบุทั้งสกุล ชนิด และรหัสสายพันธุ์ เช่น Lactobacillus rhamnosus GG
  2. ดูจำนวน CFU ณ วันหมดอายุ ไม่ใช่เฉพาะตอนผลิต งานวิจัยส่วนใหญ่ใช้ราวหลักพันล้าน CFU ต่อวัน (1–10 พันล้าน CFU) ขึ้นกับสายพันธุ์
  3. เลือกให้ตรงเป้าหมาย เช่น ต้องการดูแลการขับถ่าย หรือใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะ ควรเลือกสายพันธุ์ที่มีงานวิจัยตรงเรื่องนั้น
  4. ดูการเก็บรักษา บางชนิดต้องแช่เย็น บางชนิดเก็บอุณหภูมิห้องได้
  5. ตรวจเลขทะเบียน อย. และส่วนผสมอื่น เช่น น้ำตาล นม หรือสารก่อภูมิแพ้
  6. กินต่อเนื่องอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ แล้วสังเกตผล หากไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอาจลองสายพันธุ์อื่นหรือปรึกษาเภสัชกร

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ Probiotics ในร้าน ได้แก่ Bomi 20.10 Advance Probiotic, Bomi Probio Sis และตัวเลือกใยอาหาร Bomi POODZ Fiber ซึ่งเป็นแหล่งพรีไบโอติกส์ ดูสินค้าทั้งหมดได้ที่หมวด อาหารเสริม

กิน โพรไบโอติกส์ ตอนไหนดี

ไม่มีเวลาที่ดีที่สุดแบบตายตัว สิ่งสำคัญคือกินให้สม่ำเสมอทุกวัน หลายผลิตภัณฑ์แนะนำให้กินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารเล็กน้อย เพราะอาหารช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะ หากกินร่วมกับยาปฏิชีวนะ ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 ชั่วโมง และกินต่อไปอีกระยะหลังหยุดยา ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

ผลข้างเคียงและใครควรระวัง

แม้ โพรไบโอติกส์ จะปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ก็มีข้อควรรู้บางประการ

คนสุขภาพดีส่วนใหญ่ใช้ Probiotics ได้ปลอดภัย ช่วงแรกอาจมีท้องอืดหรือมีลมในท้องเล็กน้อย ซึ่งมักดีขึ้นใน 1–2 สัปดาห์

ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ (เช่น ได้รับเคมีบำบัด ยากดภูมิ) ผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาล ผู้ใส่สายสวนหลอดเลือด ผู้ที่เพิ่งผ่าตัด และทารกคลอดก่อนกำหนด เพราะมีรายงานการติดเชื้อจากจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์

อ่านต่อ: CoQ10 คืออะไร ใครควรรู้ไว้ และบทความอื่นในหมวด ความรู้อาหารเสริม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ โพรไบโอติกส์ (FAQ)

Probiotics กินทุกวันได้ไหม?

คนสุขภาพดีทั่วไปกิน Probiotics ทุกวันได้ตามปริมาณบนฉลาก การกินสม่ำเสมอสำคัญกว่าการกินปริมาณมาก หากมีโรคประจำตัวหรือภูมิคุ้มกันต่ำควรปรึกษาแพทย์ก่อน

โยเกิร์ตทุกชนิดมี Probiotics ไหม?

ไม่ทุกชนิด โยเกิร์ตที่ผ่านความร้อนหลังหมักจะไม่มีจุลินทรีย์มีชีวิตเหลืออยู่ ควรเลือกชนิดที่ระบุว่ามีจุลินทรีย์ที่มีชีวิต (Live and Active Cultures) และเลือกสูตรน้ำตาลน้อย

Probiotics ช่วยเรื่องท้องผูกไหม?

บางสายพันธุ์มีงานวิจัยว่าช่วยให้ขับถ่ายสม่ำเสมอขึ้น แต่ผลไม่เท่ากันทุกคน ควรทำควบคู่กับการดื่มน้ำให้พอ กินใยอาหารวันละ 25 กรัมขึ้นไป และขยับร่างกายสม่ำเสมอ

CFU ยิ่งเยอะยิ่งดีไหม?

ไม่จำเป็น ประสิทธิภาพขึ้นกับสายพันธุ์และปริมาณที่มีงานวิจัยรองรับมากกว่าตัวเลข CFU สูงสุด ควรดู CFU ที่รับประกัน ณ วันหมดอายุ

กิน Probiotics พร้อมยาปฏิชีวนะได้ไหม?

กินได้ แต่ควรเว้นห่างจากยาปฏิชีวนะอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ยาทำลายจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ และควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง

เด็กและผู้สูงอายุกิน Probiotics ได้ไหม?

ส่วนใหญ่ใช้ได้ แต่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเหมาะกับวัย และปรึกษากุมารแพทย์หรือแพทย์ประจำตัวก่อน โดยเฉพาะทารกคลอดก่อนกำหนดหรือผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหลายโรค

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลในบทความนี้เรียบเรียงโดยทีมงาน First Mall จากแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ต่อไปนี้

เลือกดูสินค้าที่เกี่ยวข้องหมวดไฟเบอร์ โพรไบโอติก และระบบขับถ่าย → · สินค้าทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค โปรดอ่านฉลากก่อนบริโภค

ข้อควรทราบ บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาโรค ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค หากมีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือใช้ยาเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน

แชร์บทความนี้
ติดตาม First Mall @firstmall Firstmall
SHOP THE ARTICLE

สินค้าที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

ดูสินค้าทั้งหมด
KEEP READING

บทความที่คุณอาจสนใจ

บทความทั้งหมด